top of page

รู้จักกลุ่มเป้าหมาย

ในกรุงเทพฯ มีทั้งคนที่เผชิญฝุ่นสูง ปานกลาง และต่ำ แต่ละกลุ่มใช้ชีวิต กังวล และให้ความสำคัญกับเรื่องต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน ลองมาดูกันว่าแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไร 

กลุ่มเผชิญฝุ่นสูง

กลุ่มแรกคือ กลุ่มเผชิญฝุ่นสูง


คนกลุ่มนี้ทำงานและใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นประจำ ต้องเดินทาง อยู่ริมถนน อยู่ในพื้นที่เปิด หรืออยู่ใกล้แหล่งกำเนิดฝุ่นแทบทุกวัน จึงหลีกเลี่ยง PM2.5 ได้ยากกว่าคนกลุ่มอื่น


เขาคือใคร


กลุ่มนี้อาจรวมถึงคนส่งของ ไรเดอร์ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนขับรถรับจ้าง ยาม คนทำงานก่อสร้าง พ่อค้าแม่ค้าในตลาด คนขายของริมทาง แรงงานนอกระบบ และคนที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นหลัก


พวกเขาไม่ได้เผชิญฝุ่นเป็นครั้งคราว แต่เจอฝุ่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินทางจากบ้าน ไปจนถึงเวลาทำงาน และหลายครั้งไม่มีทางเลือกมากนักว่าจะหลีกเลี่ยงฝุ่นได้อย่างไร


ชีวิตประจำวันของเขา


คนกลุ่มนี้มักออกจากบ้านตั้งแต่เช้า อยู่บนถนนหรือในพื้นที่เปิดเป็นเวลานาน และต้องทำงานต่อเนื่องแม้ในวันที่ค่าฝุ่นสูง เพราะรายได้จำนวนมากขึ้นอยู่กับจำนวนงาน ลูกค้า หรือเวลาที่ใช้ทำงานในแต่ละวัน


สำหรับพวกเขา ฝุ่นไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพในระยะยาว แต่กระทบชีวิตทันที เช่น แสบตา ไอ เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก หรือรู้สึกไม่สบายตัวระหว่างทำงาน


สิ่งที่เขาต้องการ


คนกลุ่มนี้ต้องการข้อมูลที่เข้าใจง่าย ใช้ได้ทันที และไม่เพิ่มภาระให้กับชีวิตประจำวัน


สิ่งที่มีประโยชน์กับเขามากที่สุดคือคำแนะนำที่เห็นแล้วทำตามได้เลย เช่น วิธีใส่หน้ากากให้ถูกต้อง วิธีเลือกหน้ากากที่เหมาะกับงานกลางแจ้ง วิธีลดการรับฝุ่นระหว่างขี่รถหรือทำงานริมถนน หรือจุดบริการใกล้ตัวที่ใช้ได้จริง


บริการที่เหมาะกับกลุ่มนี้ควรเข้าถึงง่าย ฟรีหรือมีต้นทุนต่ำ อยู่ใกล้เส้นทางทำงาน และไม่ใช้เวลานานจนกระทบรายได้


ควรสื่อสารอย่างไร


ควรเริ่มจากความเข้าใจชีวิตของเขา ไม่ใช่การตำหนิหรือบอกให้หลีกเลี่ยงฝุ่น ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาอาจไม่มีทางเลือกมากนัก
ช่องทางหลักควรเป็นมือถือ เนื้อหาควรเป็นภาพ วิดีโอสั้น หรือข้อความที่อ่านจบได้เร็ว ไม่ควรใช้ตัวหนังสือยาวหรือภาษาทางการมากเกินไป


รูปแบบที่เหมาะคือคอนเทนต์ที่มีคนมาเล่าให้ฟัง สรุปให้เข้าใจง่าย หรือเล่าผ่านสถานการณ์จริง โดยเฉพาะคนที่มีชีวิตหรืออาชีพคล้ายกัน เพราะจะช่วยให้ผู้รับสารรู้สึกว่า “เรื่องนี้เกี่ยวกับเรา”


น้ำเสียงควรตรงไปตรงมา เป็นมิตร ไม่ตัดสิน และไม่ทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกผิดที่ต้องออกไปทำงานกลางแจ้งในวันที่ฝุ่นสูง
สรุปแนวทางสำหรับกลุ่มนี้


การสื่อสารที่ดีควรช่วยให้เขารู้ว่า วันนี้ควรดูแลตัวเองอย่างไร ทำอะไรได้ทันที และมีบริการอะไรของเมืองที่ช่วยเขาได้จริง โดยไม่เพิ่มภาระ ไม่ตัดสิน และไม่ทำให้เขารู้สึกว่าปัญหาฝุ่นเป็นความผิดของเขาเอง

 

สรุปแนวทางสำหรับกลุ่มนี้


การสื่อสารที่ดีควรช่วยให้เขารู้ว่า วันนี้ควรดูแลตัวเองอย่างไร ทำอะไรได้ทันที และมีบริการอะไรของเมืองที่ช่วยเขาได้จริง โดยไม่เพิ่มภาระ ไม่ตัดสิน และไม่ทำให้เขารู้สึกว่าปัญหาฝุ่นเป็นความผิดของเขาเอง

กลุ่มเผชิญฝุ่นปานกลาง

กลุ่มที่สองคือ กลุ่มเผชิญฝุ่นปานกลาง


คนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่กลางแจ้งตลอดทั้งวันเหมือนกลุ่มเผชิญฝุ่นสูง แต่ยังต้องเจอฝุ่นจากการใช้ชีวิตในเมืองเป็นประจำ โดยเฉพาะระหว่างการเดินทาง เข้าออกเมือง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาว่าง


เขาคือใคร


กลุ่มนี้อาจรวมถึงพนักงานบริษัท พนักงานบริการ เจ้าของกิจการขนาดเล็กและขนาดกลาง ฟรีแลนซ์ หรือคนวัยทำงานที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในอาคารหรือออฟฟิศ แต่ยังต้องเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยง และยังมีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต


พวกเขาอาจไม่ได้รู้สึกว่าฝุ่นกระทบชีวิตตลอดเวลา แต่ฝุ่นยังมีผลต่อการวางแผนในแต่ละวัน เช่น จะออกจากบ้านเวลาไหน จะเดินทางอย่างไร จะออกกำลังกายข้างนอกได้หรือไม่ จะพาครอบครัวไปทำกิจกรรมกลางแจ้งดีไหม หรือควรปรับแผนการทำงานบางวันหรือไม่


ชีวิตประจำวันของเขา


ชีวิตของคนกลุ่มนี้มักเริ่มจากช่วงเช้าที่เร่งรีบ ต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้า รถเมล์ รถตู้ เรือ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถส่วนตัว หรือระบบขนส่งหลายรูปแบบต่อกัน


ระหว่างวันอาจอยู่ในห้องแอร์เป็นหลัก แต่ยังต้องออกไปประชุม พบลูกค้า ซื้ออาหารกลางวัน หรือเดินทางระหว่างจุดต่าง ๆ
หลังเลิกงาน บางคนกลับบ้านทันที บางคนไปออกกำลังกาย เดินเล่น กินข้าว พบเพื่อน หรือทำกิจกรรมพักผ่อนข้างนอก


สิ่งที่เขาต้องการ


กลุ่มนี้ต้องการข้อมูลที่เข้าใจง่าย เชื่อถือได้ และช่วยให้วางแผนชีวิตได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การทำงาน การดูแลสุขภาพ หรือการเลือกทำกิจกรรมในแต่ละวัน


คนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อในระดับหนึ่ง จึงไม่ได้ต้องการบริการที่ฟรีเสมอไป แต่ให้ความสำคัญกับความสะดวก คุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง


นอกจากนี้ ยังสนใจข้อมูลที่มีที่มา มีเหตุผล หรือมาจากคนและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ แพทย์ หรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้


ควรสื่อสารอย่างไร


การสื่อสารกับกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องบอกตรง ๆ เสมอว่า “ต้องทำพฤติกรรมอะไร” แต่ควรให้ข้อมูลที่ช่วยให้เขาตัดสินใจได้ดีขึ้นในบริบทของตัวเอง


รูปแบบที่เหมาะ ได้แก่ อินโฟกราฟิกสั้น ๆ คอนเทนต์อธิบายเชิงวิชาการที่เข้าใจง่าย สรุปข้อมูลรายวันหรือรายสัปดาห์ มีม คอนเทนต์เปรียบเทียบ หรือเนื้อหาที่เชื่อมกับชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทาง การทำงาน สุขภาพ การออกกำลังกาย อาหาร หรือกิจกรรมพักผ่อน


สำหรับบริการของ กทม. กลุ่มนี้อาจไม่ได้ต้องการบริการเฉพาะหน้ามากเท่ากลุ่มเผชิญฝุ่นสูง แต่ยังสนใจบริการหรือมาตรการที่ช่วยให้ชีวิตเมืองสะดวกและน่าอยู่ขึ้น เช่น สวน 15 นาที ระบบขนส่งเชื่อมต่อ รถ Feeder ข้อมูลคุณภาพอากาศรายพื้นที่ หรือข้อมูลที่ช่วยวางแผนการเดินทางและกิจกรรมได้ดีขึ้น


สรุปแนวทางสำหรับกลุ่มนี้


การสื่อสารที่ดีควรช่วยให้เขาเข้าใจสถานการณ์ เห็นทางเลือก และตัดสินใจได้เองอย่างมั่นใจ ไม่ใช่สั่งให้ทำตาม แต่ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ใช้ง่าย และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนเมือง
 

กลุ่มเผชิญฝุ่นต่ำ


กลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มเผชิญฝุ่นต่ำ


คนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตอยู่ในอาคารเป็นหลัก สามารถจัดการตารางชีวิตของตัวเองได้ และมีทางเลือกในการหลีกเลี่ยงฝุ่นมากกว่ากลุ่มอื่น ฝุ่นจึงอาจไม่ได้กระทบชีวิตประจำวันโดยตรงมากนัก ยกเว้นวันที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เดินทาง หรือทำงานอดิเรกนอกบ้าน


เขาคือใคร


กลุ่มนี้อาจรวมถึงคนที่มีรายได้ค่อนข้างสูง พนักงานบริษัทระดับกลางถึงระดับสูง ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ ผู้ที่ทำงานจากบ้านได้ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีความพร้อมในการอยู่บ้านหรือปรับตารางชีวิตของตัวเอง


โดยทั่วไป คนกลุ่มนี้มีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตมากกว่า เช่น เลือกเวลาเดินทางได้ เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งได้ หรืออยู่ในพื้นที่ที่ควบคุมคุณภาพอากาศได้ดี เช่น บ้าน คอนโด ออฟฟิศ หรือรถส่วนตัว


ชีวิตประจำวันของเขา


คนกลุ่มนี้มักเดินทางด้วยรถส่วนตัว ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในอาคาร หรือทำงานจากบ้านได้ จึงไม่ได้สัมผัสฝุ่นโดยตรงตลอดวัน
อย่างไรก็ตาม ฝุ่นยังอาจมีผลต่อการตัดสินใจบางเรื่อง เช่น จะออกไปออกกำลังกายข้างนอกหรือไม่ จะพาลูกหลานออกไปทำกิจกรรมไหม จะเปิดเครื่องฟอกอากาศเมื่อไร หรือควรวางแผนเดินทางอย่างไรในวันที่ค่าฝุ่นสูง


สิ่งที่เขาต้องการ


คนกลุ่มนี้ต้องการข้อมูลที่มีหลักฐานชัดเจน น่าเชื่อถือ และอธิบายเหตุผลได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุมากขึ้น หรือมีประสบการณ์กับข้อมูลจำนวนมาก อาจไม่เชื่อข้อมูลจากหน่วยงานหรือแคมเปญง่าย ๆ หากไม่มีที่มาหรือหลักฐานรองรับ


เขาอาจไม่ได้สนใจนโยบายหรือกิจกรรมของภาครัฐในตัวเอง แต่สนใจว่าเรื่องนั้นมีผลอย่างไรกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต ครอบครัว หรือเมืองที่เขาอาศัยอยู่


ควรสื่อสารอย่างไร


ควรใช้ข้อมูลที่ครบถ้วน มีที่มา และอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล


ควรเล่าให้เห็นว่า PM2.5 เกี่ยวข้องกับสุขภาพระยะยาว คุณภาพชีวิตของครอบครัว และอนาคตของเมืองอย่างไร พร้อมเชื่อมโยงกับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัย หรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ


น้ำเสียงควรตรงไปตรงมา สุภาพ และไม่ชวนเชื่อเกินไป เพราะคนกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะตั้งคำถามกับข้อมูลที่ดูเหมือนโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์มากเกินไป


สรุปแนวทางสำหรับกลุ่มนี้


การสื่อสารที่ดีไม่ใช่แค่ทำให้สนใจ แต่ต้องทำให้เชื่อถือได้ เห็นเหตุผล และรู้สึกว่าข้อมูลนั้นมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจของตัวเองและครอบครัว

bottom of page